หูฟัง ครอบหู ฮิตๆ

หูฟัง ครอบหู

หูฟัง ครอบหู ฮิตๆ – เนื่องด้วยปัจจุบันมีหูฟังหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็จะเหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไป บางคนอาจสงสัยว่าจะเลือกหูฟังยังไง ใช้แบบไหนดี และอย่างไรที่เหมาะกับตัวเราที่สุด ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเข้าใจในภาพกว้างๆ วันนี้ ทางเราจะมาสรุปให้ฟังว่าหูฟังแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ตลอดความเหมาะสมในการเลือกใช้งานของหูฟังว่าแบบไหนที่ตรงใจกับการใช้งานของเรามากที่สุด

หูฟังครอบถือว่าเป็นประเภทหูฟังที่นัก Audiophile ชื่นชอบกันมาก โดยสวมใส่แบบครอบหูจึงทำให้ใส่สบาย ฟังนานๆได้ ตัวหูฟังส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ บางตัวใหญ่มากจนไม่สะดวกต่อการพกพา แน่นอนว่าสิ่งที่แลกมาทั้งหมดนั้นคือคุณภาพของเสียง ที่ให้เสียงได้เป็นธรรมชาติ สมจริง เวทีเสียงกว้างขวางมาก ฟังสบาย นักเล่นหูฟังหลายต่อหลายคนเมื่อได้มาลองใช้หูฟัง Over-ear แล้วมักจะติดใจในคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหูฟังประเภทนี้จึงเหมาะกับการใช้งานอยู่กับที่ซะมากกว่า พกพาได้แต่เป็นครั้งคราว แต่ก็มีบางรุ่นที่ทำออกมาให้สะดวกต่อการพกพาด้วยขนาดที่เล็กลง  จุดสำคัญของหูฟังประเภทนี้คือ หูฟัง Full-size บางตัวมักจะต้องการแอมป์มาช่วยขับเพื่อรีดศักยภาพของหูฟังเพื่อให้ได้เสียงที่ดีทีสุด หูฟัง Full-size มีทั้งแบบเปิด,ปิดและกึ่งเปิดกึ่งปิดมาดูกันว่าแตกต่างกันยังไง

หูฟัง Fullsize แบบเปิด ( Open Type) นิยมใช้ในหูฟังแบบ HiFi ทั่วไป โดยเสียงจะสามารถผ่านออกทางด้านข้างของตัวหูฟังได้ ข้อดีคือ สามารถฟังได้นานไม่อึดอัดเท่ากับหูฟังแบบปิด เหมาะสำหรับฟังเพลงทั่วๆไป ไม่เหมาะใช้งานใน Studio เท่า เพราะจะได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมภายนอกเล็ดลอดเข้ามา ทำให้เหมาะกับการใช้งานภายในที่พักอาศัย ไม่เหมาะกับงานใน Studio ตัวอย่างหูฟังลักษณะนี้ได้แก่ PS1000 หูฟังรุ่นท็อปจาก Grado

หูฟัง Fullsize แบบปิด ( Close Type) ลักษณะหูฟัง Fullsize แบบปิด ด้านข้างของหูฟังจะถูกชีลเอาไว้เพื่อป้องกันเสียงภายนอกลอดเข้ามาโดยเฉพาะ รวมไปถึงเสียงจากหูฟังก็ไม่สามารถดังลอดผ่านออกไปได้เช่นกัน ซึ่งหูฟังแบบนี้เหมาะสำหรับงานมอนิเตอร์ Studio และงานคอนเสิร์ต โดยเฉพาะบรรดา DJ ทั้งหลาย เนื่องจากป้องกันเสียงรอบข้างรบกวนได้ดีเยี่ยม และปัจจุบันก็เริ่มมีหูฟังเพื่อความบันเทิงทั่วๆไปหลายรุ่นที่เป็นแบบปิดมากขึ้น ตัวอย่างหูฟังแบบปิดได้แก่ DJX-1 หูฟังรุ่นดีเจ จากแบรนด์ Beyerdynamic

หูฟัง Fullsize แบบกึ่งเปิด-ปิด( Semi-Open Type) ส่วนใหญ่มักจะใช้ในงานสตูดิโอ ซาวด์เอนจิเนียร์ (แต่อาจไม่เหมาะสำหรับดีเจหรืองานคอนเสิร์ต) เพราะเสียงสามารถเล็ดลอกเข้า-ออกอยู่ได้บ้าง หรือจะเอาไว้ฟังในที่พักอาศัยก็สามารถทำได้เช่นกัน ตัวอย่างหูฟังแบบกึ่งคือ DT880 หูฟังรุ่นสำหรับงานสตูดิโอ จาก Beyerdynamic

ตัวอย่างของหูฟัง Over-ear ระดับตำนานก็มีหลายรุ่นตั้งแต่ AKG K701 หรือ Sennheiser HD800 เป็นต้น ซึ่งหูฟังระดับนี้มักมีขนาดใหญ่ และต้องการแอมป์มาช่วยขับเพื่อให้ได้เสียงเต็มศักยภาพ โดยในปัจจุบันมีบางแบรนด์ที่ทำหูฟังแบบ Over-ear ขนาดพกพาได้เช่น Beats Studio 2 Wireless หรือ Sennheiser Momentum 2.0 Over-ear เป็นต้น

ข้อดีของหูฟังครอบ

-สวมใส่สบาย ฟังได้เป็นระยะเวลานาน

-คุณภาพเสียงดีเยี่ยม เวทีเสียงกว้างขวาง เป็นธรรมชาติ

-ส่วนใหญ่หูฟังประเภทนี้แข็งแรง ทนทาน

ข้อเสียของหูฟังครอบ

-มีขนาดใหญ่พกพาไม่สะดวกเท่าที่ควร

-ในหูฟังรุ่นระดับสูงๆมักจะต้องการแอมป์ช่วยขับ (สำหรับขา Audiophile ไม่ถือว่าเป็นข้อเสียซะทีเดียว)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *