หูฟังbose ดูดีน่าซื้อมาใช้

หูฟังbose

หูฟังbose ดูดีน่าซื้อมาใช้ – วันนี้ทางเราขออาสาพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Bose Soundsport Free หรือ ฉายาที่ทีมงานเรามอบให้คือ “พระกาฬสปอร์ตแมน” เพิ่งเปิดตัวและจำหน่ายกันไปไม่นานสำหรับ Bose Soundsport Free หูฟัง Truly Wireless ตัวแรกของแบรนด์ดังอย่าง Bose ที่มีนักฟังจำนวนมากรอคอยการเปิดตัวหูฟังรุ่นนี้ สำหรับท่านใดที่ยังลังเลหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมมารับชมกันได้เลย

ก่อนอื่นเลยเรามาชมกันก่อนว่า หูฟัง bose Soundsport Free ให้อะไรเรามาบ้าง เมื่อเริ่มเปิดกล่องแพ็คเกจออกมาจะพบว่า Bose Soundsport Free ให้อุปกรณ์เรามาดังนี้
–  หูฟัง Bose Soundsport Free 1 คู่
–  เคสสำหรับเก็บ/ชาร์จไฟให้กับตัวหูฟัง 1 ชิ้น
–  จุกหูฟัง 3 ขนาด S, M, L ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี StayHear+ ทุกขนาด
–  สาย USB สำหรับชาร์จไฟเข้ากับตัวเคส 1 เส้น
–  คู่มือการใช้งาน

ตัว หูฟังbose มีน้ำหนักเพียงข้างละ 14 กรัม ซึ่งมีน้ำหนักที่เบามาก จุกหูฟังมาพร้อมกับเทคโนโลยี StayHear+ ที่มีขาเกี่ยวติดมาพร้อมกับจุกหูฟัง เพื่อเพิ่มความกระชับในการสวมใส่ ทำให้ไม่ร่วงหลุดง่ายๆ แม้เราจะขยับร่างกายขณะออกกำลังกายก็ยังคงกระชับไม่ร่วงหลุดอย่างแน่นอน ตัวเคสมีน้ำหนักไม่ถึง 80 กรัม รูปทรงกลมรี พกพาง่าย, สะดวก, ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋ามากค่ะ Bose Soundsport Free ใช้แบตเตอรี่ lithium – ion ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในการชาร์จ 1 ครั้งใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง นอกจากนั้น Bose Soundsport Free ยังมีระบบ Quick Charge ที่ใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 15 นาทีก็สามารถใช้งานได้นานถึง 45 นาที ส่วนตัวเคสสามารถนำมาชาร์จเข้ากับตัวหูฟังได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่พกไปออกกำลังกาย, ทำงาน, หรือ ทำกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้านได้อย่างเพียงพอ ตัวเคสจะมีปุ่มกดด้านหน้าเพื่อเช็คสถานะแบตเตอรี่คงเหลือด้วยไฟ LED ค่ะ ด้านในตัวเคสจะมีไฟแสดงสถานะชาร์จไฟของหูฟังทั้งข้างซ้ายและขวาเช่นกันค่ะ

สำหรับการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ของหูฟังสามารถทำได้ดังนี้

– ยก หูฟังbose ข้างขวาออกจากเคส แล้วสวมใส่เข้ากับหูของผู้ใช้ เสียงของระบบแจ้งระดับแบตเตอรี่คงเหลือ

– เช็คผ่านแอพพลิเคชั่น Bose Connect จะแสดงสถานะแบตเตอรี่ที่มุมขวาล่างของหน้าแรกในแอพพลิเคชั่น

– หากเชื่อมต่อ หูฟังbose เข้ากับอุปกรณ์ของ Apple ตัวอุปกรณ์จะแสดงระดับแบตเตอรี่ที่มุมขวาบนของหน้าจอและที่ Control Center

มาพูดถึงตัวฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ของ Bose Soundsport Free กันดีกว่าค่ะ ตัวหูฟังมีมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX4 รองรับ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าเจ้าพระกาฬตัวนี้สามารถกันเหงื่อจากการออกกำลังกาย, ฝนที่ตกแบบปรอยๆ, หรือน้ำกระเซ็น ได้แน่นอนค่ะ สำหรับหูฟังรุ่นนี้ยังสามารถพูดคุยกันผ่าน Skype หรือ Facetime ได้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญตัวหูฟังยังรองรับ Siri และ Google Assistant อีกด้วย

ส่วนแนวเพลงที่เหมาะกับ Bose Soundsport Free นั้นคือ Pop, Rock, หรือ EDM ก็ทำได้ดีค่ะ และเพลงจังหวะสนุกๆ เอาไว้ใส่ฟังขณะออกกำลังกายก็จะสนุกมากยิ่งขึ้นแน่นอนค่ะ โดยรวมแล้ว Bose Soundsport Free ให้ฟังก์ชั่นการใช้งานมาได้อย่างครบถ้วน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างดีไม่ว่าเราจะนำไปใช้ขณะออกกำลังกาย, พกพาออกไปฟังนอกบ้าน, หรือใช้งานภายในบ้าน ทั้งดูหนัง หรือ ฟังเพลงก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม คุ้มค่า คุ้มราคาสมกับที่เรารอคอยกันมาอย่างเนิ่นนานค่ะ

เชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น Bose Connect
–  ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Bose Connect พร้อมติดตั้งลงบนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน
–  ยกตัวหูฟังออกจากตัวเคส
–  เปิดแอพพลิเคชั่น และ ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
–  เมื่อเชื่อมต่อแล้ว จะมีเสียงจากหูฟังข้างขวาแจ้งว่าเราได้เชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วเป็นภาษาอังกฤษ

นอกจากเราจะสามารถใช้แอพพลิชั่น Bose Connect เพื่อช่วยในการเชื่อมต่อแล้ว เรายังสามารถค้นหาหูฟังในกรณีหูฟังเกิดการสูญหายผ่าน Smart Phone ในแอพพลิเคชั่น Bose Connect ได้เช่นเดียวกัน

โดยรวมแล้ว หูฟังbose Soundsport Free ให้ฟังก์ชั่นการใช้งานมาได้อย่างครบถ้วน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างดีไม่ว่าเราจะนำไปใช้ขณะออกกำลังกาย, พกพาออกไปฟังนอกบ้าน, หรือใช้งานภายในบ้าน ทั้งดูหนัง หรือ ฟังเพลงก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม คุ้มค่า คุ้มราคาสมกับที่เรารอคอยกันมาอย่างเนิ่นนาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *